อำเภอเชียงยืน

   อำเภอเชียงยืน

 
                       เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2501 กระทรวงมหาดไทยได้แยกตำบลกู่ทอง ตำบลเชียงยืน ตำบลชื่นชม และตำบลหนองซอน ออกจากอำเภอกันทรวิชัย ตั้งเป็นกิ่งอำเภอเชียงยืน และได้ฐานะอำเภอเมื่อวันที่ 11 ธันวาคา 2503 ประมาณปี พ.ศ.2436 มีราษฎรหนองโป่ง แขวงเมืองร้อยเอ็ด ได้อพยพมาทำมาหากินใกล้หนองน้ำแห่งหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของเขตสุขาภิบาลเชียงยืน(ปัจจุบัน) เป็นหมู่บ้านชื่อ "หมู่บ้านยางคำ" โดยมี นายศรีสุนนท์ เป็นนายบ้าน ขึ้นอยู่ในเขตปกครอง แขวงหนองซอนเมืองกาฬสินธุ์ ต่อมามีประชากรอพยพมาเพิ่มอีกจำนวนมากขึ้น ไม่สามารถขยายเขตหมู่บ้านออกไปอีก เพราะมีทุ่งนาล้อมรอบทุกด้านประกอบกับประชาชนในหมู่บ้านมีความเห็นว่า มีป่าอันเป็นที่กว้างขวาง ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านใกล้หนองน้ำใหญ่ชื่อว่า หนองเชียงยืน เป็นทำเลที่ตั้งหมู่บ้านขึ้นใหม่(สันนิษฐานว่าบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของเมืองเมืองหนึ่งในสมัยขอมเรืองอำนาจอยู่ในภูมิภาคแถบนี้แล้วร้างไป เพราะมีผู้ขุดพบเศษกระเบื้องดินเผาและอิฐโบราณสมัยขอมในบริเวณหนองเชียงยืนอยู่เสมอ) และตั้งชื่อหมู่บ้านแห่งใหม่นี้ว่า บ้านเชียงยืนมาจนกระทั่งปัจจุบัน
 
                      เมื่อชุมชนนี้ใหญ่ขึ้น และมีหมู่บ้านมากขึ้นทางราชการจึงตั้งให้เป็นตำบลเชียงยืน อยู่ในเขตปกครองของอำเภอโคกพระ( ปัจจุบันชื่ออำเภอกันทรวิชัย) จังหวัดมหาสารคาม เมื่อปีพ.ศ.2492 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศแยกเขตการปกครองตำบลเชียงยืนออกเป็น 3 ตำบล ขึ้นอยู่ในเขตปกครองของอำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ได้แก่ ตำบลเชียงยืน  ตำบลชื่นชม ตำบลกู่ทองครั้งเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2501 กระทรวงมหาดไทยได้แบ่งเขตการปกครองของอำเภอกันทรวิชัยออกเป็นกิ่งอำเภอเชียงยืน ประกอบด้วย 4 เขตตำบล ดังนี้ ตำบลเชียงยืน ตำบลชื่นชม ตำบลกู่ทอง ตำบลหนองซอน ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2502 กระทรวงมหาดไทย ได้ยกฐานะ กิ่งอำเภอเชียงยืนขึ้นเป็นอำเภอเชียงยืน มาถึงทุกวันนี้
 
                      คำขวัญอำเภอเชียงยืน คือ เชียงยืนเมืองพระใหญ่ ใฝ่ใจวัฒนธรรม ทอผ้าดำและเสื่อกก มรดกไหมมัดหมี่ ประเพณีบุญเบิกฟ้า งามธาราเริงทอง
 
 
 
 
Print This Page




© 2015 All Rights Reserved
Powered by
www.taksilanakhon.com