หลวงพะบางเมืองมรดกโลก

จากวังเวียง.......สู่หลวงพะบาง...โดย หนุ่ม ไทลือ

                       .ภูเขาที่ตะหง่านตั้งอยู่ข้างหน้าสลับซับซ้อนเรียงรายและสายน้ำคือมนต์เสน่ห์ชวนให้ลุ่มหลง..ผมยืนมองอย่างอาลัยอาวรณ์ก่อนจะพูดในใจปลอบตัวเองว่าถ้าเพื่อมีโอกาสผมจะแวะมาทักทายที่นี้อีก..ผมจัดแจงเก็บข้าวของภายในเต้นท์ก่อนที่จะเตรียมตัวเดินทางต่อไปบนถนน13เหนือ เพื่อต่อไปยังเมืองมรดกโลกหลวงพะบาง ซึ่งเป็นเมืองที่ใครๆจากจะไปสักครั้งหนึ่งในชีวิตนี้. อ้อ?ที่เฮือนพักสวนทำมะซาดที่นี้กลางเต้นท์ ได้ไม่คิดตังค์ครับมีอาหารเครื่องดื่มครบครันอยู่ห่าง จากตัวเมืองมาทางทิศตะวันออกติดสะพานใครที่ชอบง่ายๆส่วนตัวเหมาะมากครับสำหรับค่าที่พักคืน 400 บาท     เส้นทาง๒๕๐หลัก บนถนน๑๓เหนือสุดยอดการเดินทางจะผ่านบ้านผาตั้ง ผาฮ้อม แวดล้อมไปด้วยขุนเขา ช่วงถนนสายนี้จะมีการทำการเกษตรไร่-นาตามไร่เขา ซึ่งจะเป็นคนพื้นที่ราบเป็นส่วนใหญ่(คนลาว) ภูมิประเทศเป็นหินปูน(Karst potography)จากนั้นก็จะผ่านเมืองกาสีเป็นจุดพักรถ ทางไปหลวงพะบางมีสองทางครับคือ ทางเลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวาผมลงรถได้ท้องไส้ปั่นป่วน พะอืดพะอมท่านที่ไม่เคยเดินทางนานๆเตรียมยาเอาไว้เผื่อได้เลยขึ้นรถหลับตาลูกเดียวผมแอบๆถามชาวบ้าน ที่เอากล้วยปิ้งมาขาย (อีกจักหลัก..จั๋ง?สิฮอดพะบาง? ..เอื้อยพู่งาม?)...โอย?ยั่งบ่พอเคิ้งทางยู้?ฮ้าย?(เสียง เอื้อยคนนั้นตอบผม)...ตายขักๆๆฮากแตกเเถๆ เอ้าลุยต่อสูญหายใจลึกๆเด๋อ?

        จากเมืองกาสีเขาก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆใหญ่และอยู่ใกล้ตัวเรามากเหมือนอยากจะเอื้อมมือไปสัมผัสหน้าผาและหุบเหวก็อยู่ข้างๆคอยวิ่งตามไปเป็นเพื่อนตลอด (ดูนานๆไม่ได้ครับเวียนหัวต้องดูไกลๆดูไกลๆก็ไม่ได้เพราะมีแต่หน้าผาตั้งขวางหน้า) ผ่านภูพระเจ้า เมืองภูคูน ช่วงทิวทัศน์สวยงามสุดพรรณาผมเสียดายช่วงนี้ผมถ่ายภาพเคลื่อนไหวครับถนนจะไต่ระดับขึ้นไปจนถึงประมาณ๑,๐๐๐เมตรจากระดับน้ำทะเลไต่ตามสันเขาจนถึงเมืองภูคูนที่อยู่บนยอดเขา ที่นี้จะมีหมอกให้เห็นในหุบเขาตลอดทั้งปียังไม่ถึงหลวงพะบางสักที..ตอนนี้ตะวันค้อยบ่ายมาก อากาศเริ่มเปลี่ยนความเย็นขึ้นก่อจุดเยือกแข็งอย่างช้าๆ...จนผมต้องหาเสื้อกันหนาวมาสวมใส่ เรามุ่งสู่จุดหมายข้างหน้าต่อไป จากเมืองกิ่วกะจำซึ่งเป็นจุดพักรถอีกแห่งถนนจะไต่ระดับลงเขาจนมาถึงเมืองเชียงเงิน(ผมเผลอหลับครับ) ความมืดมาเยือนเราก่อนจะถึงหลวงพะบางจำได้ว่า มาทานข้าวในพะบางติดริมน้ำแต่ไม่รู้แม่น้ำอะไร?กันแน่?ทานเสร็จเราก็รีบหาที่พักเอาแรงเพราะกระดูกกะเดียกะจัดกะจายก็มาได้ที่พักแถวถนนนาเวียงคำ ขอพักเอาแฮงก่อนครับ? พรุ่งนี้จะรีบตื่นไปใส่บาตรพันก้อนที่ตลาดเช้าพะบาง บาย...บาย..ๆๆ

        ภายในกลางเมืองย่านบ้านเจ็ก..เช้ามากๆหมอกขาว ลอยปกคลุมหลวงพะบางมองไกลๆไม่เห็นทิวทัศน์ ผมต้องใช่เฟรตช่วยในการถ่ายภาพ...อากาศเย็น ยะเยือกผิวชื้นไอน้ำหมอกเกาะที่ปลายจมูกร่างกายของผมต้องปรับตัว...ความร้อนจากภายในร่างกายพ่นออกมาเป็นไอร้อนจากปากเหมือนพ่นควันบุหรี่..ยังงั้น?ล่ะ... หลวงพะบางมีภูมิประเทศเป็นแหลมแคบๆที่ขนาบ ด้วยแม่น้ำสองสายคือแม่น้ำโขงทางทิศตะวันออก และน้ำคานทางทิศตะวันตก ส่วนกว้างสุดของแผ่นดิน อยู่ทางทิศใต้ ส่วนตรงกลางจะเป็นเนินเขาขนาดย่อมๆ เรียกว่า พูสีหรือจอมภูสีแหล่งท่องเที่ยวทั้งหลายจะ อยู่ที่นี้ครับ...เสียงหัวใจผมตื่นเต้นตุบๆ.ระรัวถี่ขึ้น..ถี่ขึ้น..อย่างบอกไม่ถูกความฝันผมเป็นจริงหรือนี่?หยิกเนื้อตัวเองเบาๆ..เจ็บ..นีหว่า?..พลางนึกในใจว่าจะถ่ายภาพอะไรดี?..ขณะเดียวกันที่ม่านหมอกสีขาวๆก็....ค่อยๆ..ๆ...จางหายอย่างช้าๆ.เชื่องช้า..ฉากละค่รที่ธรรมชาติเป็นตัวกำหนดเองค่อยๆเปิดการแสดงอย่างนุ่มนวลไม่ใช้น้ำมือมนุษย์รังสรรค์ขึ้น...(ยาวไปมั้ยเนี่ย?)ภาพที่อยู่ตรงเบื้องหน้าแจ่มชัดขึ้นชัดเจนขึ้นในสายตา...ล่ะแล้ววิถีชีวิตของผู้คนในเมืองหลวงพะบางแห่งนี้ก็ได้เริ่มต้นขี้นอีกวันหนึ่ง...ซึ่งรวมทั้งผม ผมต้องรีบเดินไปที่จุดนัดหมายสถานที่ตักบาตรเช้าครับ   นักท่องเที่ยวชอบญี่ปุ่นที่มีศรัทธา..อ้อ?ที่นี้ชาวบ้าน เค้ามีบริการข้าวเหนียวให้กับนักท่องเที่ยวที่จะทำบุญ ข้าวเหนียวหนึ่งกะติ๊บ..เสื่อปูหนึ่งผืนจองที่ให้พร้อม เสร็จ..สำหรับนักท่องเที่ยวที่มากับทัวร์ทางโรงแรม จะจองให้ล่วงหน้า(จองที่ครับ)เพราะงั้นต้องเบียดกันหน่อย...ผู้คนจะใส่บาตรกันยาวไปจนสุดถนน ถ้าบ้านเราก็ปีใหม่ละครับคนจะเยอะ...แต่สำหรับที่นี้ มีทุกวันครับ..ผมเชื่อจริงๆโดยเฉพาะนักท่องเที่ยว ทุกชาติชอบจะแวะมาเยี่ยมที่หลวงพะบาง....เพื่อชม เมืองมรดกโลกแห่งนี้..ก่อนจะไปยังที่อื่นๆต่อไป   ผมยืนมองผุคนมากมายที่สาระวนกับการทำบุญ ล่ะถามตัวเองในใจว่า...สิ่งของที่ทำบุญจะไปอยู่ที่ไหน?ก็ไปอยู่ที่วัดนะสิ?ถามได้...ข้าวของก็จะแจกจ่ายไปตามส่วนต่างๆของที่นี้..นั้นเอง(ตอบง่ายเน็อะ?) ขณะที่ถามตัวเองผมก็โฟกัสไปที่..ที่สิ่งของเหล่านี้ไปที่ใด?นี้คือคำตอบครับ? ..เด็กๆไงล่ะครับ?สภาพเด็กที่นี้เรียกได้ว่าด้อยโอกาส มีมากมาย..แม้กระทั่งการศึกษา การกินอยู่.. ภาพนี้คงสะท้อนอะไรได้บ้างนะครับ. ผมให้ฉากรอบๆตัวเด็กดูเบลอๆสื่อถึงความรวดเร็วของสังคมเทคโนโลยี่ต่างๆในโลกนี้...และเด็กแสดงถึงความตั้งใจและบริสุทธิ์...เด็กน้อยๆเหล่านี้เติบโตขึ้นมา จะได้อะไรผู้ใหญ่และจากโลกใบกลมใบนี้ฝากข้อให้คิด ด้วยนะครับ.

                  เสร็จกิจกรรมตักบาตรพันก้อน ชาวบ้านก็พากันเก็บเสื่อสาด รายได้ง่ายๆงามๆรับเต็มๆกำ...ลงทุนก็น้อย ไม่ต้องแย่งกันรับราชการเน็อะ? เราก็ไปต่อกันที่ร้านกาแฟแถวๆริมน้ำคานชื่อว่า ร้านกาแฟประชามติหาอะไรลองท้องกันก่อนที่ผมจะมุ่ง หน้าไปที่ ตาดกวางชี เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดอีกแห่ง หนึ่งในสปป.ลาว เรื่องรางเกี่ยวกับศาสนาพุทธ นับเป็นสาระหัวใจสำคัญของการมาเที่ยวที่หลวงพะบาง จะมีวัดวาอาราม วิถีชีวิตของผู้คนซึ่งผูกผันแนบแน่นกับพุทธศาสนาแม้ว่าสปป.ลาวจะเคยเป็นประเทศสังคมนิยมก็ตาม จนมีคนขนานนามว่าหลวงพะบาง เป็นเมือง"ธรรมิกสังคมนิยม"แห่งสุดท้าย       ตลาดเช้า สี่แยกกลางเมือง ตลาดม้ง นักท่องเที่ยวเกือบทุกคนจะเริ่มต้นกันที่นี้ใครๆก็รู้จัก อยู่บนถนนสายหลักหรือถนนเส้นกลางเมือง ที่ชื่อว่าถนนสีสะหว่างวง ตลาดเช้าแม่ค้าจากฝั่ง เชียงแมนนำผลิตผลทางการเกษตรมาวางขายตาม ถนนเลียบแม่น้ำโขงที่ตลาดเช้าเป็นประจำทุกวันเชียงแมนเป็นพื้นที่ผลิตพืชผักป้อนเมืองหลวงพะบางมา แต่อดีต

                  ตาดกวางชีแปลว่าน้ำตกกวางหนุ่มสีขาวเขางอกใหม่ ห่างจากเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ ๓๐ หลัก เป็นน้ำตกหินปูน มีแอ่งน้ำกว้างด้านล่าง น้ำมีสีฟ้าใสต้อง เสียค่าธรรมเนียมตามระเบียบ ๑๐,๐๐๐ กีบ เดินเข้าไปตามทางเดินที่ทางอุทยานทำไว้ลัดแนวต้นไม้ใหญ่ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ขอโทษนะครับภาพนิ่งไม่ค่อยมาก ผมมั่วแต่ถ่ายภาพเคลื่อนไหวที่ผมทำเป็นสารคดีท่องเที่ยวแต่ก็ยังพอมีติดกล้องบ้าง ภายในอุทยานเหมือนอยู่ในหนังจีนที่เราดูอยู่เมืองไทย เสียงน้ำตาดโดนหินปูนไพเราะเสนาะหู ผมปล่อยให้เพื่อนๆชมอยู่แถวนั้นแอบลัดเลาะถ่ายไปเรื่อย  ช่วงที่ผมมาปริมาณน้ำในน้ำตกน้อยไปหน่อย น้ำตกกวางชีเป็นสายน้ำตกที่ทิ้งตัวลงมาจาก หน้าผาหินปูนสูง ๖๐ เมตรเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในหลวงพะบาง จากความงามและการกล่าวขานของนักท่องเที่ยวน้ำตกแห่งนี้มีความงามไม่แพ้วัดวาอารามทั้งหลายในตัวเมืองและเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่เคียงคู่เมืองหลวงพะบางเมืองมรดกโลกแห่งนี้ตลอดมา

                 ภูพระเจ้าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดมองเห็นด้วยสายตาเปล่าตั้งแต่ไกลๆ ตรงนั้นล่ะครับเราจะต้องเดินทาง ขับรถคดเคี้ยวข้ามไปใครที่ชอบผจญภัยคงจะตื่นเต้นแน่ๆเลย

                         หลวงพะบางมีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม ยุคโคโลเนียซึ่งยังคงสภาพสมบูรณ์ ถือเป็นแบบอย่าง ของเมืองที่ประกอบด้วยสถาปัตยกรรมยุคนี้ที่ชัดเจน เกณฑ์ข้อหนึ่งที่หลวงพะบางได้รับการยอมรับว่า เป็นเมืองมรดกโลก

                   พิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพะบาง เดิมเคยเป็นวังหลวงที่พำนักของเจ้ามหลังาชีวิต เริ่มสร้างพ.ศ ๒๔๔๗ในสมัยพระเจ้าสักกะริน เสร็จในพ.ศ ๒๔๕๒สมัยพระเจ้าศรีสว่างวงศ์ ต่อมาภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ ๒๕๑๘รัฐบาลลาวได้ใช้พระราชวังนี้เป็นหอพิพิธภัณฑ์ มาตั้งแต่พ.ศ ๒๕๑๙   

        อนุสาวรีย์พระเจ้าศรีสว่างวงศ์ เจ้ามหาชีวิตผู้ครองราชย์ตั้งแต่พ.ศ ๒๔๔๕-๒๕๐๒ และเป็นผู้ที่พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่เขียนขึ้น โยชาวลาวเมื่อพ.ศ ๒๔๙๐ โดยมือขวาทรงถือ รัฐธรรมนูญมือซ้ายทรงโบกพระหัตถ์แสดงความยินดีกับประชาชนชาวลาวที่ได้มีประชาธิปไตยเป็นของตนเองเป็น

                   หอพระบาง     ก่อสร้างตั้งแต่พ.ศ ๒๕๓๐ สมัยพระเจ้าศรีสว่างวัฒนา เพื่อฉลองปีกึ่งพุทธกาลตามดำริของพระราชบิดา (พระเจ้าศรีสว่างวงศ์)แต่สร้างไม่ทันเสร็จครับ ประเทศลาวก็เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองหอพระบางก็หยุดการบูรณะ ศิลปะปูนปั้นของลาวและการบูรณะอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองเลยทำให้ศิลปะไม่ต่อเนื่องทำให้ช่างศิลปเปลี่ยนกันหลายคนหลายชุด จึงเป็นการผสมผสานลวดลายต่างๆเข้าด้วยกันแต่ก็คง เอกลักษณ์ไว้

                 วัดเชียงทอง       เดินมาสุดปลายถนนสีสะหว่างวงกับถนนสักกะริน ตรงบริเวณปากน้ำคานไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง สุดยอดแห่งสถาปัตยกรรมล้านช้าง สร้างขึ้นในระหว่างปีพ.ศ ๒๑๐๑-๒๑๐๓ ในสมัยของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ถือว่าเป็นวัดที่โดดเด่นที่สุดบนแผ่นดินลาวและนับว่าเป็นตัวแทนอัน สมบูรณ์ที่สุดของศิลปะสกุลช่างล้านช้าง ปีพ.ศ ๒๔๒๘เมื่อครั้งพวกฮ่อธงดำบุกปล้นเมืองหลวงพะบางได้ตั้งค่ายอยู่ที่วัดเชียงทอง นำโดยคำฮุมลูกเจ้าเมืองไลและเคยบวชเป็นจัว(เณร) ที่นี้จึงรู้ชัยภูมิของแถบบ้านเชียงและช่องทางในเมือง หลวงพะบางเป็นอย่างดี...ฮ่อธงดำได้ปล้นเผาและทำลายเมืองไปอย่างมากในศึกครั้งนั้น...แต่วัดเชียงทองแห่งนี้ไม่ถูกเผาทำลายชาวลาว..บอกว่าเป็นเพราะ คำฮุมรู้บุญคุณวัดเชียงทองสมัยมาบวชเรียนอยู่ที่นี้ และทัพฮ่อได้ใช้วัดนี้เป็นฐานตั้งมั่นตั้งค่าย    ลวดลายแกะสลักลงรักปิดทองหน้าบันด้านหน้า สิมหรืออุโบสถมีหลังคาซ้อนกันสามชั้นเรียกว่า หลังคาปีกนก ป้านลมอ่อนช้อยโค้งยาวลงมา เกือบจดฐานที่พื้นทำให้มองดูเหมือนเตี้ย ถือเป็นรูปทรงที่สวยงดงามและสมบูรณ์ที่สุด ในประเทศลาว   ช่อฟ้าจะเห็นมีหลากหลายลักษณะที่พบเห็นได้
บนหลังคาสิม ถ้ามี ๑๗ ยอดแสดงว่าเป็นวัดหลวง ช่อฟ้าเป็นสัญลักษณ์ของเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวาลตั้งอยุ๋บนหลัง ปลาอานนท์ (เราจะสังเกตุเห็นเป็นรูปหัวปลาอานนท์) ตามความเชื่อปลาอานนท์ก็จะแหวกว่ายไปทำให้โลกหมุนไปดำเนินไปเป็นความเชื่อในมโนคติ
ด้านหลังสิม ลายต้นทอง มีลายประดับกระจกสีเป็นรูปต้นไม้ใหญ่ มีนกและสัตว์หลายชนิดอาศัยอยู่รูปลายนี้หมายถึง ต้นทองหรือต้นงิ้วในภาษาไทยสมัยก่อนบริเวณนี้มี ป่าต้นทอง ว่ากันว่าเมื่อร้อยปีที่ผ่านมามีต้นทองขนาดใหญ่สามสี่คนโอบอยู่ในบริเวณวัดเมื่อพระเจ้าศรีสว่าง วัฒนาได้ปฎิสังขรณ์วัดเชียงทองจึงให้ช่างประดับ ดอกดวงติดแก้วสีเป็นรูปต้นทองไว้หลังสิมเพื่อเป็นที่ ระลึกและเป็นนิมิตหมายถึงชื่อ"เชียงทอง"

จากนั้นผมก็รีบบึงไปที่...วัดวิชุน หรือวัดวิชุนราชสร้างโดยพระเจ้าวิชุนราชพ.ศ. ๒๐๔๖ เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบางและตั้งชื่อวัดตามนาม ของพระองค์ตัวสิมหรืออุโบสถเป็นงานแบบสกุล ช่างไทลื้อ ด้านหน้าสิมคือพระธาตุหมากโม ซึ่งเป็นจุดสนใจที่สำคัญของวัด เนื่องจากรูปทรงที่ แตกต่างจากพระธาตุทั้งหลายในเมืองลาว  พระธาตุหมากโม เป็นเจดีย์ปทุมหรือพระธาตุดอกบัว เนื่องจากมีรูปทรงคล้ายแตงโมผ่าครึ่ง สร้างโดยพระนางพันตีนเชียงมเหสีของพระเจ้าวิชุนราช ซึ่งเป็นชาวพวนเมืองเชียงของในปีพ.ศ. ๒๐๕๗  ด้านข้างสิมมีทางเดินเชื่อมระหว่างวัดวิชุน กับวัดอาฮาม ตรงรอยต่อของเขตพัทธสีมาเป็น ซุ้มประตูโขง เป็นลักษณะของวัดแบบล้านนาและ ล้านช้างในอดีต ซุ้มประตูโขงที่วัดแห่งนี้เก่าแก่ที่สุดในบรรดา ประตูโขงทั้งหลายที่ยังหลงเหลืออยู่ใน เมืองหลวงพะบางเมืองมนี้รดกโลกแห่งนี้

       วัดอาฮาม   เป็นวัดเล็กๆใช้เป็นที่เก็บชุด"ปู่เย่อ-ย่าเย่อ" สร้างโดย พระเจ้ามันธาตุราช พ.ศ. ๒๓๖๑ จุดที่ตั้งของวัดนี้ถือเป็นสะดือเมืองของหลวงพะบาง เดิมชื่อว่า บ้านหอเสื้อเมืองโดยเจ้าฟ้างุ้มเมื่อครั้ง สถาปนานครศรีสัตนาคนหุตล้านช้างร่มขาว ต่อมาในสมัยพระเจ้าโพธิสะราชได้รื้อศาลผีทั้งหลาย ในเมืองหลวงพะบางจนหมดสิ้นเพื่อให้คนลาวเลิก นับถือผี เมื่อสร้างวัดอาฮามขึ้นจึงเปลี่ยนชื่อเป็นบ้านอาฮาม นักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปดูในสิม(ที่เก็บชุดปู่เย่อ-ย่าเย่อ) ต้องเสียค่าธรรมเนียม ๘,๐๐๐กีบ สำหรับชุดปู่เย่อ-ย่าเย่อจะนำออกมาช่วงเดือน ๕ หรือปีใหม่ลาวเพื่อให้ประชาชนกราบไหว้ ตามตำนานกล่าวว่าปูเย่อ-ย่าเย่อเป็นคู่แรกที่มาตั้ง รกรากถากถางป่าไพรเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยจนกลาย มาเป็นประเทศลาวจนทุกวันนี้

ตอนนี้บ่ายแก่ๆแล้วผมต้องรีบไปที่ ภูสี ย้อนกลับไปที่ เดิมตอนเช้าที่หอพิพิธฯซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกันนั้นเอง ไฮไลท์คือการได้ส่งพระอาทิตย์กลับบ้านครับ บนยอดภูสีจะเป็นอย่างไร?สวยงามดั่งคำล้ำลือ รึปล่าว?สักครู่ครับ ใครๆก็บอกว่าสวยมากถ่ายรูปกลับมาอวดผมวันนี้ ขอดูขอชมด้วยตาตัวเองให้เป็นบุญหน่อยเหอะ? ตะวันตกดินมันจะแตกต่างกันตรงไหนทางขึ้นพูสีจะมีบันไดเป็นขันๆรัอยกว่ารึ!สองร้อยกว่าขัน ผมจำไม่ได้รู้แต่ว่าเล่นเอาผมหอบแห่กๆแทบตาย (ยางตายออก..อีสานเรียกว่างั้นๆ)แต่ก็ถือว่าได้ออกกำลังครับ ตอนที่ผมมานี้ตะวันก็เริ่มต่ำลงๆ...ต้องรีบขึ้นไปก่อน ล่ะ!ครับทางบันไดแคบจะเบียดกันหน่อย บรรดานักท่องเที่ยวก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆมีของที่ระลึกขายที่หัวบันไดทางขึ้นและน้ำดื่มข้างบน  สองข้างทางบันไดจะปลูกต้นจำปาลาวเต็มไปหมดครับ ช่วงผมมานี้เป็นฤดูผลัดใบพอดีต้นกำลังตูมดอกที่จะบานเห็นแต่กิ่งก้านพุ่งไปในอากาศและเปลือกผิวหุ้มต้นมีพื้นผิวเป็นตุ่มๆมองแล้วให้แปลกในสายตาดีครับก็เลยกดชัตเตอร์ไปหนึ่งที  

       พระธาตุจอมพูสีหรือธาตุพูสี ตามตำนานเล่าว่ามีฤษีสองพี่สองได้เดินทางสืบเสาะหาสถานที่สำหรับตั้งบ้านเมืองเห็นชัยภูมิที่นึเหมาะ จึงเลือกเนินเขานี้เป็นใจกลางเมือง ผมเดินมาถ่ายภาพด้านทิศตะวันออกเพื่อรีบเก็บภาพให้ได้มากๆก่อนแสงอาทิตย์สุดท้ายจะลาลับขอบโลก จากไปก่อนที่ซึ่งทุกอย่างอาจจะไม่ทันการดั่งที่เราคิด มองฝ่าออกไปข้างหน้าสุดสายตาเท่าที่มองได้ มันช่างสวยงามจริงๆจนบอกไม่ถูกผมมองไปรอบๆ ทิวเขาที่สสับซ้อนเหลื่อมล้ำไกลออกไปเป็นระยะๆ ด้านซ้ายในภาพคือแม่น้ำคานตรงกลางเป็น เมืองหลวงพะบางถนนพมฑัต เมืองที่สวยแบบเรียบง่ายมีมนต์เสน่ห์ในตัวเองที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายต้องสืบค้นหาให้เจอในสิ่งที่ตัวเอง คิดว่าใช่รึ!ปล่าว? แต่ถ้าเราจะปฏิเสธอารมภ์อัน อ่อนโยนสวยงามของจิตใต้สำนึกก็แสดงว่าเราคงจะ อยู่บนโลกอย่างไร้คุณค่าแล้วล่ะ... มองชีวิตให้สวยงามไว้ก่อนยอมรับเถอะว่าคุณก็มี พรสวรรคที่จะใช้ศิลปะกันทุกคน..ไปเถอะ?ลุกออกจาก ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆแคบๆไปเที่ยวกันที่ไหนก็ได้ แล้วมาเล่าสู่กันฟังบ้าง?

                  พระธาตุพูสี      สร้างในปีพ.ศ ๒๓๔๗สมัยเจ้าอนุรุทธราช บูรณะในปีฑ.ศ. ๒๔๕๗ โดยหุ้มพระธาตุด้วย แผ่นทองเหลืองฉาบทองคำ องค์พระธาตุกว้างด้านละ ๑๐.๕๕ เมตรสูง ๒๑ เมตร ต้องย่อตัวลงต่ำๆบริเวณนี้แคบมากอีกอย่างนักท่องเที่ยวเยอะมากๆต้องรีบจองด้านหน้าๆครับเพื่อจะต้อง ถ่ายภาพนุกดีครับ..ล่ะไม่นานเสียงชัตเตอร์ก็ลั่น โช๊ะๆ..แช๊ะๆ..ดังสนั่นบนยอดพูสีแห่งนี้..อาทิตย์ลับขอบฟ้าที่หลวงพะบาง
วันเวลาที่ในวันนี้ผมอยากจะย้อนกลับไปอีกครั้ง มีบางอย่างที่ผมลืมเอาไว้... ..หัวใจ..ที่ผมหลงรักเมืองนี้เข้าให้แล้วอย่างไม่รู้ตัว มนต์เสน่ห์แห่งหลวงพะบางแว่วเสียงเพลงและหอมดอกจำปาลาวอ่อนๆนุ่มละมุ่น ลอยแผ่วๆ
เข้าไปภายในใจผมด้วยความประทับใจ ภาษาที่เรียบง่ายสื่อและเข้าใจโดยมิได้แส่สร่าง กับคำๆ..คำที่สั้นๆแต่กินใจ?.....ซ่ำบายดี๋..เจ๋า? ...ขอบใจ๋..หลวงพะบาง..ที่ทำให้ผมรู้ว่าโลกนี้ยังมีสิ่ง ที่สวยงาม ..ลาก่อนหลวงพะบาง

 

 

Photo Slideshow TiP.หลวงพะบาง ภาพโดย หนุ่ม ไทลือ
<< < Play/Stop > >>




  
Loading
  Online Users      
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
www.taksilanakhon.com

"มหาสารคาม"
เมืองมหาสารคาม
กันทรวิชัย
แกดำ
พยัคฆภูมิพิสัย
กุดรัง
วาปีปทุม
บรบือ
ยางสีสุราช
ชื่นชม
โกสุมพิสัย
นาดูน
เชียงยืน
นาเชือก
สมาชิก Log in
ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
ลืม รหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
จุดเด่นมหาสารคามในความเห็นคุณ
ท่องเที่ยว
การศึกษา
น้ำใจผู้คน
สงบน่าอยู่
วัฒนธรรมประเพณี
การเกษตร
การค้าการลงทุน
น้ำแร่ธรรมชาติ แหล่งภูพาน ภูพานทอง
ไร่ภูพานรีสอร์ท อ.ภูพาน จ.สกลนคร
สามล้อ ธำรงค์ไทย อ.บรบือ

โฆษณา"ฟรี"..เพื่อธุรกิจของคนตักสิลานคร 60x120px สนใจติดเว็บลิงค์..ที่นี่